หลักสูตร


เสียงเพลงรักษาโรค พิมพ์ อีเมล

 

เสียงเพลงรักษาโรค

การวิจัยใน ต่างประเทศพบว่าโน้ตดนตรีบางตัวในคลื่นความถี่จำเพาะ สามารถเปลี่ยนสีและขนาดของเซลล์เม็ดเลือดได้ เช่น โน้ต A สามารถเปลี่ยนเม็ดเลือดจากสีแดงเป็นสีชมพู โน้ต C ทำให้เซลล์ยืดยาวขึ้น โน้ต E ทำให้รูปร่างเซลล์กล้ามขึ้น นอกจากโน้ตระหว่าง A-B ในคลื่นความถี่ประมาณ 400-480 Hz สามารถทำให้เซลล์มะเร็งแตกสลายได้จึงได้มีการนำเอาเสียงดนตรีมาใช้ในการ รักษาโรค โดยเฉพาะโรคออทิซึ่ม เด็กที่เป็นโรคออทิซึ่มที่ไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้ เมื่อเข้ารับการรักษาโดยการใช้เสียงดนตรีประกอบกับแสงสี

คาด กันว่าคลื่นความถี่ตัวโน้ตดนตรีบางตัวจะมีคลื่นความถี่เดียวกันกับเซลล์บาง ตัวหรือเซลล์บางชนิดในร่างกาย เมื่อคลื่นความถี่บรรเลงเป็นคลื่นความถี่เดียวกัน ร่างกายก็จะปรับสมดุลได้


เพลงที่ใช้ควรเป็นดนตรีบรรเลง อาจเป็นเพลงคลาสิก หรือเพลงบรรเลงแบบไทยเดิมก็ได้ นั่งฟังในห้องเงียบๆ ทำใจให้สบาย หายใจเข้ายาวๆ ลึกๆ แล้วในขณะที่ฟังเพลงให้กำหนดจิตตามเสียงดนตรีไปจนสุด การกำหนดจิตนี้ให้กำหนดตรงบริเวณตาที่ ๓ หรือบริเวณเหนือหัวคิ้ว ถ้าในเพลงมีเสียงฉิ่ง คุณอาจจะใช้จิตตามเสียงฉิ่งไปจนสุดเสียง คุณจะสังเกตเห็นว่าเสียงฉิ่งมีคลื่นสั่นสะเทือนซึ่งจะดังอยู่เป็นเวลาพอ สมควรและคลื่นนี้จะมากระทบกับบางส่วนของร่างกายคุณ ทำให้คุณรู้สึกเจ็บบริเวณนั้น

 

คุณอาจจะถามว่าจะตามเสียงเครื่องดนตรีชิ้นไหนดี ในเมื่อเพลงแต่ละเพลงมีเสียงเครื่องดนตรีหลายชิ้น อันนี้แล้วแต่คุณ ถ้าคุณฟังดนตรีคุณจะเห็นว่าเครื่องดนตรีทุกชิ้นจะบรรเลงเดียวกัน คุณตามเสียงเพลงนั้นไป แล้วอาจจะมีช่วงหนึ่งหรือบางช่วงที่มีเสียงดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งดังเด่นกว่าชิ้นอื่น คุณก็ตามเสียงดนตรีชิ้นนั้นไป จนสุดเสียง ตราบใดที่คุณทำใจให้สบาย แล้วใช้จิตตามไป ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันมาก คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย เช่นคุณอาจจะรู้สึกว่ามีอะไรมากระทุ้งที่คอคุณเป็นจังหวะ และมีความรู้สึกเหมือนคนกระหายน้ำ หรือบางคนอาจจะมีความรูสึกว่ามีคลื่นสั่นสะเทือนอยู่บริเวณเท้า บางคนอาจจะรู้สึกโล่งโปร่งบริเวณศีรษะเหมือนกับว่าคลื่นพลังงานความเครียดได้ไหลออกจากศีรษะ

 

ข้อสำคัญคือ การใช้จิตตามเสียงเพลงไป และเลือกเพลงที่เหมาะสม ถ้าคุณเลือกเพลงที่ถูกต้องเหมาะสมคุณสามารถใช้เสียงเพลงรักษาโรคให้ตัวเองได้ มีข้อแนะนำว่าผู้ที่ขาไม่ค่อยแข็งแรงควรเลือกดนตรีที่ค่อนข้างคึกคักหน่อย และมีเสียงจังหวะกลอง ดนตรีที่เหมาะสมกับจักระหัวใจมักจะเป็นเพลงรักหวานชื่น ฟังแล้วเกิดความรู้สึกโรแมนติก ดนตรีที่เหมาะสมกับคนเครียดคือดนตรีที่ฟังแล้วมีความรู้สึกโล่ง สมองปลอดโปร่ง ถ้าฟังเพลงแล้วเกิดอาการเครียด หนวกหู กวนประสาท ก็แสดงว่าเสียงเหล่านั้นมีคลื่นที่ต่างจากคลื่นของคุณ

 

การวิจัยในประเทศอังกฤษ โดยการใช้เสียงเพลง ของ โมสาร์ท (Mozart) เปิดให้นักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว และปัญหาด้านการเรียนรู้ฟังทุกวัน พบว่าเด็กเหล่านี้เรียนดีขึ้นมาก และตั้งใจเรียน พฤติกรรมที่ก้าวร้าวก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เสียงเพลงจึงน่าจะมีผลกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนเราด้วย

 

ที่มา ... http://www.camarcio.co.th/underoneroof/tipshealth.php

 

 

Translate by Google

Thai Chinese (Traditional) English French German Italian Japanese Korean Spanish

สมัครรับข่าวสาร